เศรษฐกิจการเกษตร

เศรษฐกิจการเกษตร

ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร หมายถึง การกระทำอันใดที่ก่อให้เกิด การผลิต การจำหน่ายและการบริโภค ซึ่งสามารถนำมาซื้อขายเป็นเงิน หรือมีราคาได้ สศก. ได้จัดทำข้อมูลดังมีหัวข้อดังนี้

การผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ สินค้าดังกล่าวมี — ชนิด ประกอบด้วยพืช — ชนิด ปศุสัตว์และประมง — ชนิด โดยมีการสำรวจทุกปี โดยปีนี้มีการสำรวจไปแล้วทั้งสิ้น — ชนิด ท่านสามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้โดยคลิก เรียกดูข้อมูลย้อนหลัง ในขณะนี้มีย้อนหลังถึงปี พ.ศ. 2525

นำเข้า – ส่งออก เป็นการรายงานปริมาณ มูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญเป็นรายเดือน, รายปี โดยแสดงเป็นภาพรวม และแสดงข้อมูลระหว่างประเทศคู่ค้าเป็นดุลการค้า ปริมาณมูลค่า 15 อันดับสูงสุด ข้อมูลได้มาจากกรมศุลกากร

ราคาสินค้าเกษตร เป็นการรายงานเฉพาะราคาสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญโดยแบ่งออกได้ดังนี้

  • ราคารายวัน
  • ราคารายสัปดาห์
  • ราคารายเดือน
  • ราคารายวันและเฉลี่ยรายเดือนมีข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ถึงปัจจุบัน
  • ราคาสินค้าเกษตรสำคัญที่ขายได้ที่ไร่นา
  • ดัชนีราคาสินค้าเกษตรตามฤดูกาล

 

การพยากรณ์ เป็นการพยากรณ์ผลผลิตทางการเกษตรทุกไตรมาส เช่น ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โคเนื้อ สุกร เป็นต้น โดยพยากรณ์เป็นรายจังหวัด ภาค ประเทศ

ปัจจัยการผลิต

  • มูลค่าการนำเข้าปุ๋ยเคมี
  • ปริมาณปุ๋ยเคมีที่ใช้ในการเกษตร
  • ราคานำเข้า (CIF) ปุ๋ยเคมี
  • ราคานำเข้าปุ๋ยเคมีรายเดือน
  • ปริมาณการนำเข้าสารกำจัดศัตรูพืช
  • ปริมาณและมูลค่านำเข้าเมล็ดพันธุ์
  • ปริมาณและมูลค่าการส่งออกเมล็ดพันธุ์
  • ราคาขายปลีกพันธุ์สัตว์
  • ราคาขายส่งอาหารสัตว์

 

 

 

การใช้ที่ดิน เป็นการแสดงการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรเป็นรายจังหวัด ภาค และประเทศ โดยมีข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 เป็นต้นมา โดยมีเนื้อที่ถือครองทางการเกษตรเช่น ที่อยู่อาศัย ที่นา ที่พืชไร่ ที่ไม้ผลและไม้ยืนต้น เป็นต้น

ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร เป็นการนำเสนอภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในปีปัจจุบัน และแนวโน้มในปีต่อไป โดยมีการวิเคราะห์และรายงานเป็นรายไตรมาส

สถานการณ์และแนวโน้ม

ดัชนีราคาและผลผลิต

Advertisements

เศรษฐกิจประมง

สาขาประมง
สาขาประมงในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 หดตัวลงร้อยละ 7.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555
โดยกุ้งทะเลเพาะเลี้ยงมีผลผลิตออกสู่ตลาดลดลงอย่างมากจากปัญหาการระบาดของโรคตายด่วนหรือโรค EMS (Early
Mortality Syndrome) ในแหล่งผลิตที่สําคัญทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้ ทําให้ผลผลิตกุ้งทะเลเพาะเลี้ยงได้รับ
ความเสียหายประมาณร้อยละ 30-40 ขณะที่ผลผลิตจากการทําประมงทะเล มีปริมาณลดลงเช่นกัน โดยปริมาณสัตว์น้ํา
ที่นําขึ้นท่าเทียบเรือในภาคใต้รวมทุกท่าลดลงประมาณร้อยละ 4.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 ส่วนผลผลิต
ประมงน้ําจืดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความต้องการบริโภคภายในประเทศที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ด้านราคา สําหรับสถานการณ์ราคากุ้งขาวแวนนาไม ขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัม ที่เกษตรกรจํา

หน่ายได้ในช่วง

เดือนมกราคม – มิถุนายน 2556 มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 168 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2555 ซึ่งมีราคา
เฉลี่ยอยู่ที่ 123 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 37.4 โดยราคากุ้งที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องมาจากผลผลิตกุ้ง
ที่ลดลงจากปัญหาโรคระบาด และความต้องการกุ้งเพื่อส่งออกที่ยังคงมีคําสั่งซื้อจากประเทศคู่ค้าสําคัญอย่างต่อเนื่อง
ด้านการส่งออก ในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2556 สินค้าประมงที่มีปริมาณและมูลค่า

การส่งออก

เพิ่มขึ้น ได้แก่ ปลาและผลิตภัณฑ์ เป็นผลมาจากความต้องการของผู้บริโภคในตลาดผู้นําเข้าหลักเพิ่มสูงขึ้นและต่อเนื่อง
ส่วนสินค้าประมงที่มีปริมาณและมูลค่าการส่งออกลดลง ได้แก่ ปลาหมึกและผลิตภัณฑ์ กุ้งและผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกุ้ง
และผลิตภัณฑ์มีปริมาณและมูลค่าการส่งออกลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากผลผลิตกุ้งที่ลดลง

และมีไม่เพียงพอ

ต่อการส่งออก ทําให้ประเทศคู่แข่งสําคัญ อาทิ อินเดีย อินโดนีเซีย เอกวาดอร์และเม็กซิโก ซึ่งมีราคาถูกกว่าเข้ามาแย่ง
ส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น

เศรษฐกิจโลก

                                                 เศรษฐกิจโลก
ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2556 เป็นต้นมา เศรษฐกิจโลกมีทิศทางการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเดือนมิถุนายน
2556 ได้เกิดความผันผวนในตลาดเงินทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อนาย Ben Bernanke ประธานธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา
(Federal Reserve: FED) แถลงว่าอาจจะผ่อนคลายนโยบาย QE 3 โดยการทยอยลดมูลค่าการซื้อพันธบัตรลงในอนาคต
เนื่องจาก FED คาดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะปรับตัวดีขึ้น อัตราการว่างงานลดลง ภาคธุรกิจสามารถทํากําไร
ได้ในระดับสูง และตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ซึ่งการคาดการณ์เหล่านี้ได้สร้างความกังวลใจให้กับนักลงทุน
เพราะการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนเวลาที่สมควร จะทําให้เศรษฐกิจไม่มีแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งพอ
หรือแม้ว่าจะยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่การปรับเปลี่ยนนโยบายของธนาคารกลางที่มี
ความเข้มงวดมากขึ้น ก็อาจส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลง และความเสี่ยงใหม่ที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการลดการอัดฉีด
เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการซื้อพันธบัตรของ FED คือ อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก สําหรับเศรษฐกิจจีน
มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากปัญหาการขาดสภาพคล่อง เนื่องจากธนาคารกลางของจีนต้องการชะลอการปล่อยสินเชื่อ

และควบคุมการปล่อยกู้นอกระบบ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบการธนาคารภายในประเทศที่กําลังมีความเสี่ยง

กับการแบกรับภาระหนี้เสียมากขึ้น ขณะเดียวกันเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปก็ยังอยู่ในภาวะอ่อนแอจากวิกฤตหนี้
สาธารณะที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาและยังขาดความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่วนประเทศญี่ปุ่น
รัฐบาลได้ดําเนินนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ประกอบกับคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคาร
แห่งประเทศญี่ปุ่น (Bank of Japan: BOJ) มีมติให้คงการดําเนินการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินต่อไป ทําให้เงินเยน
ที่แข็งค่าขึ้นในช่วงต้นปีนี้ มีทิศทางอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นผลดีต่อการส่งออกและมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นดีขึ้น
สําหรับเศรษฐกิจของอาเซียน 5 (อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม) ขยายตัวชะลอลงจากปี 2555

เล็กน้อย แต่ยังถือว่าขยายตัวได้ดี ทั้งนี้ ในเดือนเมษายน 2556 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลด

การคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2556 อยู่ที่ร้อยละ 3.1 จากที่คาดการณ์ไว้เดิม ณ เดือนมกราคม
2556 ว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.5

ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง      “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เศรษฐกิจพอเพียง         คำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติแก่ประชาชน  โดยยึดหลัก “ทางสายกลาง” ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน  เศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายสรุปได้ 5 ประการ ดังนี้                1. ความพอเพียง  คือ รู้จักพอประมาณ พออยู่ พอมี พอกิน พอใช้ ประหยัด และไม่เบียดเบียนผู้อื่น 2. ความมีเหตุผล  คือ ตัดสินใจกระทำสิ่งต่าง ๆ  เพื่อให้เกิดความพอเพียงต้องใช้เหตุผล และพิจารณาด้วยความรอบคอบ 3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดี  คือ เตรียมใจให้พร้อมรับผลกระทบและความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 4. การมีความรู้  คือ นำความรู้มาใช้ในการวางแผนและดำเนินชีวิต 5. การมีคุณธรรม  คือ มีความซื่อสัตย์สุจริต สามัคคี และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

 

 เศรษฐกิจพอเพียง   เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ทรงมีพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงหรือพอมีพอกินในปี พ.ศ.  2537  โดยทรงพระราชทานแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักในความสำคัญสำหรับนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหา   ที่เน้นการพึ่งพาตนเอง   โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง    ที่สามารถครอบคลุมภาคเกษตรกรรม   อุตสาหกรรม  และพาณิชยกรรม  ตลอดจนการดำเนินชีวิตของพสกนิกรทุกกลุ่มอาชีพซึ่งพระองค์ได้ทรงทดลองจนเป็นที่ประจักษ์ว่า  หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่มีความเหมาะสมกับการดำเนินชีวิตของคนในสังคมปัจจุบันและอนาคต

 

1.1 ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง  เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี  ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ  และเมื่อภายหลังได้ทรงย้ำเน้นแนวทางแก้ไขเพื่อให้ยู่รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ จากเอกสารในการประชุม “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับเศรษฐกิจพอเพียง” สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (เมษายน 2543) ซึ่งได้ประมวลกลั่นกรองจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง”เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งพระราชทานในโอกาสต่าง ๆ รวมทั้งพระราชดำรัสต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง  ได้กล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียง ไว้ดังนี้

ความหมายเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชกระแสรับสั่งแนะแนวทางการดำเนินชีวิต โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง นับเนื่องมาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 1 ขวบปีพอดี วิกฤตการณ์เศรษฐกิจของประเทศก็ยังคงอยู่ สมควรที่พวกเราได้ทบทวนพระราชกระแสกันอีกสักครั้ง เพื่อให้พวกเราได้ “ใจดี สู้เสือ” กันต่อไป เพื่อนำให้ตัวเราและชาติบ้านเมืองได้ผ่านมรสุมร้ายที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ด้วยสติที่มั่นคง ปัญญาที่เฉียบแหลม และด้วยความรู้ ความเข้าใจ อย่างลึกซึ้ง เพื่อปรับวิถีชีวิตของพวกเราชาวไทยให้ยึดมั่นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างและยึดมั่นวิถีชีวิตไทย อันนำมาสู่พวกเราชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่อไป ชั่วกาลนาน ความหมาย : เศรษฐกิจพอเพียง – เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ความสามารถของชุมชนเมือง รัฐ ประเทศ หรือภูมิภาคหนึ่ง ๆในการผลิตสินค้าและบริการทุกชนิดเพื่อเลี้ยงสังคมนั้น ๆ ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยต่างๆ ที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของ- เศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคคลนั้น คือ ความสามารถในการดำรงชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อน มีความเป็นอยู่อย่างประมาณตน ตามฐานะ ตามอัตภาพ และที่สำคัญไม่หลงใหลไปตามกระแสของวัตถุนิยม มีอิสรภาพ เสรีภาพ ไม่พันธนาการอยู่กับสิ่งใด       – หากกล่าวโดยสรุป คือ หันกลับมายึดเส้นทางสายกลางในการดำรงชีวิตหลักการพึ่งตนเอง         ด้านจิตใจ ทำตนให้เป็นที่พึ่งตนเอง มีจิตสำนึกที่ดี สร้างสรรค์ให้ตนเองและชาติโดยรวม มีจิตใจ เอื้ออาทร ประนีประนอม เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง         ด้านสังคม แต่ละชุมชนต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เชื่อมโยงกัน เป็นเครือข่ายชุมชนที่แข็งแรง เป็นอิสระ

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซด์การสูบทุกชนิดชีวิตจะสดใส

เศรษฐกิจพอเพียง

 

          “ทฤษฎีใหม่นี้มีไว้สำหรับป้องกัน หรือถ้าในโอกาสปกติ ทำให้ร่ำรวยขึ้น ถ้าในโอกาสที่มีอุทกภัยก็สามารถ ที่จะฟื้น ตัวได้ โดยไม่ต้องให้ทางราชการไปช่วยมากเกินไป ทำให้ประชาชนพึ่งตนเองได้อย่างดี”

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาดุสิตาลัย ๔ ธันวาคม ๒๕๓๘

       “ขอให้ทุกคนมีความปราถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบและทำงานตั้งอธิษฐานตั้งปณิธาน ในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพออยู่พอกิน มีความ สงบ เปรียบเทียบ กับประเทศอื่น ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็จะยอดยิ่งยวดได้ ฉะนั้น ถ้าท่าน ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีความคิด และมีอิทธิพลมีพลังที่จะทำให้ผู้อื่น ซึ่งมีความคิดเหมือนกัน ช่วยกันรักษาส่วนรวม ให้อยู่ดีกินดีพอสมควร ขอย้ำพอควร พออยู่พอกิน มีความสงบ ไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้จากเราไปได้  ก็จะเป็นของขวัญวันเกิดที่ถาวรที่จะมีคุณค่าอยู่ ตลอดกาล